หลักที่ใช้ในการตั้งชื่อโดเมน
- ความยาวของชื่อ Domain ตั้งได้ไม่เกิน 63 ตัวอักษร
- สามารถใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษผสมกับตัวเลข หรือเครื่องหมายขีด (-) ได้
- ตัวอักษรภาษาอังกฤษ ใช้ตัวเล็กหรือตัวใหญ่ก็ได้
- ห้ามใช้เครื่องหมายขีด (-) นำหน้าชื่อ domain
- ห้ามเว้นวรรคในชื่อโดเมน
การตั้งชื่อโดเมน หรือเลือกโดเมนเนมอย่างไร ที่เหมาะสำหรับทำ (SEO) Search engine optimization คืออะไร ถือเป็นกลยุทธ์การแรกสำหรับการพัฒนาเว็บไซต์ให้ติดอันดับ ดังนี้
1. การเลือกชื่อโดเมนเนมให้สอดคล้องกับประเภทเนื้อหาของเว็บไซต์ ให้สอดคล้องชนิดที่ถอดคำแปลภาษาอังกฤษเป็นไทยได้ยิ่งดี หรือ มีคำ คำ นั้นอยู่ในโดเมนเนมก็ได้ เช่น เราจะทำเว็บไซต์จัดหางาน เราจะเลือกโดเมนอย่างไร ให้คนรู้นั้นต้องคำนึงถึงพื้นที่กลุ่มเป้าหมายด้วย เช่น กลุ่มเป้าหมายของเราคือประชากรประเทศไทย ก็ควรจดโดเมน ที่เกี่ยวข้องกับคำว่า Thai หรือ Thailand หรือ Siam เป็นต้น ชื่อโดเมนดีๆ ปัจจุบันหาค่อนข้างยาก เพราะตั้งแต่สังคมโลกเริ่มมีระบบอินเตอร์เนต ชื่อโดเมนก็ถูกจับจอง จดทะเบียน ครอบครองกันไปทุกๆวัน วันละหลายๆ ชื่อ ซึ่งก็แปลกดีเหมือนกัน ชื่อโดเมนเนมไม่เหมือนกับชื่อบุคคล ที่พอจะซ้ำๆ กันได้ เช่น นายสมชาย ก็มีได้หลายสมชาย แต่โดเมนก็ได้แค่ชื่อเดียว แต่อาจจะมีหลายดอท อาทิ ดอทคอม ดอทเนท ดอทอินโฟ และอื่นๆอีกมากมาย แต่ที่นิยมที่สุด ก็น่าจะเป็น ดอทคอม
2. การตั้งชื่อเว็บไซต์มีลักษณะบ่งเฉพาะ ที่คนทั่วไปเห็นโดเมนชื่อนี้ จะทราบได้ทันทีว่าเนื้อหาเว็บไซต์นั้นเกี่ยวข้องกับอะไร หากคำคำนั้นไม่มีความหมายอะไรเลยก็ยากที่คนทั่วไปจะเข้าถึงข้อมูลเว็บไซต์ ของท่านได้เอง และไม่เหมาะสมอย่างยิ่งกับการทำ (SEO) Search engine optimization
3. การตั้งชื่อเว็บไซต์ให้เหมือนหรือใกล้เคียงกับเว็บที่ติดอันดับ ทำได้หรือไม่ หรือ ทำได้อย่างไร ซึ่งจากการศึกษาในเรื่องคดีความเกี่ยวกับโดเมนที่มีชื่อใกล้เคียงกันแล้วมี ปัญหาฟ้องร้องบังคับคดีในประเทศไทย น่าจะยังไม่ปรากฎ เพราะถือว่าเป็นเสรีภาพในการตั้งชื่อ แต่อย่างไรก็ตามก็ควรเลี่ยงการตั้งชื่อที่เหมือนกันเกินไป เพราะไม่สงผลดีต่อการทำเว็บไซต์ของเราแน่นอน เพราะอย่างแรกก็คือเว็บไซต์ที่ดังอยู่แล้วคนก็จะใช้งานเป็นประจำ กว่าเราจะเบียดอันดับแซงมาอยู่ต้นๆ ก็คงจะเป็นไปได้ยากยิ่ง ด้วยเหตุและปัจจัยหลายๆประการ แต่ ทั้งนี้หากท่านตั้งชื่อเหมือนหรือพ้องกับเว็บไซต์ดังๆ แล้วก็คัดลอกเนื้อหาของเว็บไซต์นั้นๆมา หรือทำโลโก้เลียนแบบ สี ข้อความ ลักษณะตัวอักษร หรือ ทำเนื้อหาที่เหมือนกัน รูปลักษณะที่เหมือนกันจนอาจทำให้ผู้ใช้งานเข้าใจผิด ก็อาจถูกฟ้องร้องให้หยุดการกระทำดังกล่าวได้ ในฐานความผิดที่กฎหมายกำหนดเช่น เลียนเครื่องหมายการค้า เป็นต้น |